บทคัดย่อ
ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นหญิงที่มีอายุ
41-60 ปี มีอาชีพรับจ้าง
การศึกษาระดับ
ประถมศึกษา รายได้ครอบครัวเฉลี่ยรายเดือนน้อยกว่า
5,000 บาท/เดือน ใช้ระยะเวลาในการดูแลผู้ป่วย
20 - 24
ชั่วโมง/วัน มีความสัมพันธ์กับผู้ป่วยในฐานะบุตร
และไม่มีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยมาก่อน ระดับคะแนนพฤติกรรมการดูแลผู้ป่วยอยู่ในระดับปานกลาง
ความรุนแรงความเจ็บป่วยของผู้ป่วยต้องพึ่งพาผู้ดูแลเล็กน้อย
สัมพันธภาพในครอบครัวอยู่ในระดับดีมาก
การสนับสนุนทางสังคมอยู่ในระดับปานกลาง ความเครียดอยู่ในเกณฑ์ปกติ
มีความรู้ในการดูแลผู้ป่วยในระดับปานกลาง
เมื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร พบว่าระดับความรุนแรงความเจ็บป่วยของผู้ป่วยมีความสัมพันธ์ทางลบกับพฤติกรรมการดูแลที่บ้านของญาติผู้ดูแล
สัมพันธภาพในครอบครัว การสนับสนุนทางสังคม
ความรู้ในการดูแลผู้ป่วย ระยะเวลาการดูแลต่อวัน
และอาชีพมีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการดูแลที่บ้านของญาติผู้ดูแล อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
(r
= -.540, .284, .562, .526, .475,
Eta. = .369,
p-value
= < .01 ตามลำดับ)
ระดับความรุนแรงความเจ็บป่วยของผู้ป่วย การสนับสนุนทางสังคม
ระยะเวลาการดูแล ต่อวัน ความรู้ในการดูแลผู้ป่วย
สามารถร่วมทำนายความผันแปรของพฤติกรรมการดูแลที่บ้านของญาติผู้ดูแล ได้ร้อยละ
60.1 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
.01 โดยสามารถเขียนสมการถดถอยแบบขั้นตอน ได้ดังนี้
พฤติกรรมการดูแลที่บ้านของญาติผู้ดูแล
= 27.973 + .797 (ความรู้ในการดูแลผู้ป่วย)
+ .528 (ระยะเวลาการดูแลต่อวัน)
+.396 (การสนับสนุนทางสังคม) - .151
(ระดับความรุนแรงความเจ็บป่วยของผู้ป่วย)
พยาบาลและบุคลากรทางสุขภาพควรให้ความสำคัญในการประเมิน
ศักยภาพการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่บ้านของญาติผู้ดูแล และปัจจัยที่มีผลต่อการให้การดูแลผู้ป่วยโดยเฉพาะปัจจัยการสนับสนุนทางสังคมระดับความรุนแรงความเจ็บป่วยของผู้ป่วย
ระยะเวลาการดูแลต่อวัน ความรู้ในการดูแลผู้ป่วย ควรพัฒนาโปรแกรมการเตรียมจำหน่ายผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง
และมีการสร้างมาตรฐานการดูแลที่บ้านโดยเน้นการดูแลกิจวัตรประจำวัน
การป้องกันอุบัติเหตุภาวะแทรกซ้อนและจิตสังคม
เพื่อดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
โดย
ภรภัทร อิ่มโอฐ
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยคริสเตียน
พ.ศ.2550 |
DOWNLOAD บทความวิจัย
บทคัดย่อ
บทที่1
บทที่2
บทที่3
บทที่4
บทที่5
บทที่6
|